ในโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว วัฒนธรรมการกินของคนไทยยังคงเป็นหัวใจสำคัญที่สะท้อนถึงวิถีชีวิตและรสนิยมที่วิวัฒนาการอยู่เสมอ เมื่อเข้าสู่ปี 2025 เราได้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจในวงการอาหารไทย ตั้งแต่การกลับมาทวงบัลลังก์ของเมนูพื้นบ้าน ไปจนถึงกระแสไวรัลที่เปลี่ยนพฤติกรรมการค้นหาของผู้บริโภคบนโลกออนไลน์อย่างถล่มทลาย
บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกว่า “ช่วงนี้คนไทยกินอะไร?” ผ่านข้อมูลสถิติการค้นหาและยอดสั่งซื้อจากแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีชั้นนำ เพื่อให้เข้าใจถึงเทรนด์อาหารที่กำลังขับเคลื่อนตลาดอยู่ในปัจจุบัน
1. แชมป์ตลอดกาลที่ไม่มีใครล้มได้: ส้มตำปูปลาร้า
หากจะถามถึงเมนูที่เป็นที่สุดของคนไทย ข้อมูลในปี 2025 ยืนยันอย่างชัดเจนว่า “ส้มตำ” ยังคงครองตำแหน่งแชมป์เมนูที่มีการสั่งซื้อและค้นหาสูงสุด โดยเฉพาะ ส้มตำปูปลาร้า ที่มียอดสั่งซื้อผ่านแพลตฟอร์มเดลิเวอรีรวมกันกว่า 16 ล้านจานตลอดทั้งปี
ทำไมส้มตำถึงยังฮิต?
-
รสชาติที่โหยหา: ความนัวของปลาร้าและความเผ็ดร้อนเป็นรสชาติที่คนไทยคุ้นเคยและขาดไม่ได้
-
ความสะดวก: เป็นเมนูที่หารับประทานง่าย ราคาเข้าถึงได้ และสามารถสั่งมาทานร่วมกับเมนูอื่น ๆ ได้หลากหลาย
-
เทรนด์สุขภาพ: มะละกอและสมุนไพรในส้มตำถูกมองว่าเป็นอาหารแคลอรีต่ำ (หากไม่รวมน้ำตาลและโซเดียมจากเครื่องปรุงมากเกินไป) ซึ่งตอบโจทย์กลุ่มคนที่ดูแลรูปร่าง
2. ปรากฏการณ์ “มัทฉะ” และ “ชาไทย”: บัลลังก์เครื่องดื่มที่เปลี่ยนไป
ในปีนี้ เราได้เห็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในหมวดเครื่องดื่ม เมื่อ มัทฉะ (Matcha) และ ชาไทย (Thai Tea) มียอดการค้นหาและสั่งซื้อแซงหน้ากาแฟดำหรืออเมริกาโนเย็นที่เคยเป็นแชมป์เก่าไปอย่างน่าทึ่ง
-
มัทฉะ (Matcha): เติบโตขึ้นกว่า 300% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ด้วยกระแสคาเฟ่สายมินิมอลและความนิยมในชาเขียวเกรดพรีเมียม (Ceremonial Grade) ที่คนหันมาสนใจในเรื่องของกลิ่น รสชาติ และแหล่งที่มามากขึ้น
-
ชาไทย (Thai Tea): ได้รับอิทธิพลอย่างมากจาก “Soft Power” ของศิลปินระดับโลกอย่างลิซ่า (Lisa) และการยกระดับชาไทยให้กลายเป็นเครื่องดื่มแนวพรีเมียม (Specialty Thai Tea) ที่มีการเบลนด์ใบชาจากหลายแหล่ง ทำให้มียอดสั่งซื้อรวมกว่า 11 ล้านแก้วในปีนี้
3. การกลับมาของ “ข้าวแกง” และเมนูยอดฮิตในตำนาน
ท่ามกลางอาหารฟิวชันที่แปลกใหม่ ข้อมูลจากการค้นหาพบว่าคนไทยหันกลับมาหา “ความเรียบง่ายที่คุ้นเคย” มากขึ้น เมนูข้าวแกงกลายเป็นหมวดอาหารที่เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยมี 3 เมนูหลักที่ถูกค้นหาและสั่งมากที่สุด ได้แก่:
-
ไข่พะโล้: กลายเป็นเมนูไวรัลที่คนตามหา “พะโล้ในอุดมคติ” ที่ต้องมีความเข้มข้น เนื้อหมูนุ่ม และไข่ที่เข้าเนื้อ
-
หมูก้อนทอด: เมนูง่าย ๆ ที่ครองใจทุกเพศทุกวัย ด้วยจุดเด่นที่ความกรอบนอกนุ่มในและความหอมของรากผักชีพริกไทย
-
แกงเหลือง: ตัวแทนความแซ่บจากภาคใต้ที่คนกรุงเทพฯ และภาคกลางหันมานิยมค้นหาและสั่งซื้อมากขึ้นในปีนี้
4. กระแสโซเชียลเปลี่ยนโลก: ชิโอะปัง และ ชาองุ่น
ในแต่ละช่วงเวลาจะมีเมนู “ดาวรุ่ง” ที่เกิดขึ้นจากกระแสใน TikTok และ Instagram ซึ่งในปี 2025 เมนูที่มียอดการค้นหาพุ่งทะยานจนฉุดไม่อยู่คือ:
-
ชิโอะปัง (Shio Pan): ขนมปังเกลือจากญี่ปุ่นที่มีรสชาติเค็มอ่อน ๆ หอมเนย และมีเนื้อสัมผัสที่เหนียวนุ่ม กลายเป็นเมนูที่ร้านเบเกอรี่ทั่วประเทศต้องมีติดร้าน
-
ชาองุ่นไซมัสกัส (Shine Muscat Tea): เครื่องดื่มที่เน้นความสดชื่นและเนื้อสัมผัสของผลไม้สด กลายเป็นเมนูที่คนค้นหามากที่สุดในช่วงฤดูร้อน
5. อาหารจานเดียว: ความต้องการพื้นฐานที่มั่งคง
ในกลุ่มอาหารจานเดียว ข้าวมันไก่ และ ผัดกะเพราหมูกรอบ ยังคงเป็นเมนูที่มีความต้องการสูงสม่ำเสมอ โดยเฉพาะข้าวมันไก่ที่ได้รับอานิสงส์จากกระแสการรีวิวของนักท่องเที่ยวต่างชาติและคอนเทนต์ในโซเชียลมีเดียที่ตามหาร้านระดับ “ตำนาน” ทำให้มียอดสั่งซื้อกว่า 1.5 ล้านจานในเวลาอันรวดเร็ว
เจาะลึกเทรนด์อาหารปี 2025: สิ่งที่มากกว่าแค่ความอร่อย
จากการวิเคราะห์พฤติกรรมการค้นหา เราสามารถแบ่งแนวโน้มที่ขับเคลื่อนความนิยมอาหารในช่วงนี้ได้เป็น 4 ปัจจัยหลัก:
1. ความคิดถึงรสชาติวันวาน (Newstalgia)
คนไทยโหยหาอาหารที่ทำให้นึกถึงวัยเด็ก แต่ต้องมาในรูปแบบที่ทันสมัยขึ้น (Modern Twist) เช่น การนำข้าวแกงมาตกแต่งใหม่ให้ดูดี หรือการใช้วัตถุดิบระดับพรีเมียมในเมนูพื้นบ้าน
2. สุขภาพแบบองค์รวม (Holistic Health)
เทรนด์อาหารต้านการอักเสบ (Anti-inflammatory Food), อาหารจากพืช (Plant-based) ที่รสชาติดีขึ้น และการใช้อินทผลัมหรือสารให้ความหวานธรรมชาติแทนน้ำตาล เป็นสิ่งที่ถูกระบุไว้ในคำค้นหามากขึ้น
3. ความยั่งยืน (Sustainability)
ผู้บริโภคเริ่มค้นหาร้านอาหารที่มีแนวคิด “Zero Waste” หรือร้านที่ใช้วัตถุดิบจากเกษตรกรท้องถิ่น ความโปร่งใสของที่มาอาหารเริ่มมีผลต่อการตัดสินใจซื้อ
4. พลังของ “ความเผ็ดแซ่บ”
หมวดหมู่ “ยำ และ หมาล่า” ยังคงมีการค้นหาที่สูงมากรวมกันกว่า 16 ล้านครั้ง สะท้อนให้เห็นว่ารสชาติที่จัดจ้านยังคงเป็นเอกลักษณ์สำคัญของลิ้นคนไทย ไม่ว่ายุคสมัยจะเปลี่ยนไปเพียงใด
สรุป
เมนูอาหารยอดนิยมที่คนไทยค้นหามากที่สุดในช่วงนี้ ไม่ได้มีเพียงแค่เรื่องของรสชาติเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงพลังของสื่อโซเชียล พฤติกรรมการโหยหาความอบอุ่นใจในรสชาติที่คุ้นเคย และความใส่ใจในสุขภาพที่เพิ่มมากขึ้น
การที่ ส้มตำปูปลาร้า และ ชาไทย ยังคงยืนหยัดอยู่ในอันดับต้น ๆ เป็นเครื่องยืนยันว่าอาหารไทยมีรากฐานที่แข็งแรง ในขณะที่เมนูอย่าง มัทฉะ หรือ ชิโอะปัง ก็แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของคนไทยในการเปิดรับวัฒนธรรมการกินใหม่ ๆ จากทั่วทุกมุมโลก
หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจอาหาร การจับตามองเทรนด์เหล่านี้และปรับตัวให้ทันต่อความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มเมนูไวรัลหรือการรักษามาตรฐานรสชาติความนัวแบบดั้งเดิม จะเป็นกุญแจสำคัญในการครองใจลูกค้าในยุคดิจิทัลปี 2025 นี้
